ชา


ดื่มในระหว่างทำงานท่านจะไม่รู้สึกเหนื่อยง่าย

ชาอัสสัมหรือชาดำ  เป็นชาสายพันธ์อินเดีย ที่ปลูกกันมากทางภาคเหนือ ชาวเหนือนิยมนำใบมาทำเป็นเมี่ยงไว้อมและเคีัยวเล่นหลังอาหาร มันช่วยดับกลิ่นอาหารและแก้ง่วงหลังอาหาร และเวลาทำงานในไร่ในสวนก็จะอมและเคี้ยวเล่น มันช่วยให้ไม่เหนื่อยง่าย ใบชาอัสสัมแห้งที่นำมาชงกับน้ำจะหอมและมีรสชาดที่ เข็มข้น ชุ่มคอ(ชาอัสสัมรสจะเข้มข้นกลมกล่อมขึ้นเมื่อผสมนมสดและน้ำตาล ) เป็นที่นิยมมากในหมู่ชาวตะวันตก มีประโยชน์หลายประการกับร่างกายของเราจากงานวิจัย ได้แก่
1.ละลายไขมันในหลอดเลือด
2.ลดน้ำตาลในเลือด
3.ลดความดันโลหิตสูง
4.ลดอาการท้องร่วง
5.ต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันฟันผุและผ่อนคลายระบบประสาท

***อยากดื่มชาดีๆก็อย่าลังเลที่จะ messenger(inbox) หาเราหรือเพิ่มเพื่อนทาง line เพื่อสอบถามและสั่งซื้อ.........***

จำหน่ายในราคา 98 บาท ต่อ น้ำหนัก 100 กรัม


#เพิ่มมูลค่าให้ชาอัสสัมด้วย คอมบูชะ(kumbucha)

ชาอัสสัมหรือชาดำ ใช้ทำชาหมัก(kumbucha)ได้ดีกว่าชาชนิดอื่น  คอมบูชะเป็นเครื่องดื่มชาหมักที่ให้ความสดชื่น รสหวานเล็กน้อยอมเปรี้ยว เกิดจากกระบวนการหมักของจุลชีพกลุ่มที่ดีที่เป็นโปรไบโอติกส์ คอมบูชะกำเนิดในประเทศจีนมานานกว่า 2000 ปี ในสมัย"จิ๋นซีฮ่องเต้"เพื่อใช้เป็นยาอายุวัฒนะ  ปัจจุบันเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่นิยมดื่มทั้งในยุโรปและอเมริกา ส่วนประกอบหลักของคอมบูชะ ได้แก่ กรดอะซิติก กรดแลคติก กรดกลูโคนิก กรดกลูคูโรนิก และยังมีสาร DSL (D-saccharic acid-1,4-lactone) ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของคอมบูชะ กรดกลูคูโรนิกและ DSL เป็นสารที่ช่วยส่งเสริมให้ตับขับสารพิษและสารก่อมะเร็งได้ดีขึ้น ในคอมบูชะยังมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น โพลีฟีนอล รวมทั้งทีเฟลวิน และทีรูบิกินซึ่งพบในปริมาณที่สูงกว่าในชาดำที่ยังไม่ได้หมัก ปริมาณโพลีฟีนอลที่สูง ทำให้การต้านอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้น ช่วยปกป้องร่างกายจากการทำลายของอนุมูลอิสระได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังตรวจพบสารต้านจุลชีพก่อโรคและสารต้านการเจริญของเซลมะเร็งบางชนิดด้วย
หน้าที่ของตับประการหนึ่งคือการกำจัดของเสียและสารพิษออกจากร่างกาย สารพิษที่เข้าสู่ร่างกายจะเข้าสู่ตับ และถูกกำจัดออกนอกร่างกายด้วยกระบวนการที่เรียกว่า กลูคูโรนิเดชั่น (glucuronidation) โดยสารพิษจะรวมตัวกับกรดกลูคูโรนิก เกิดเป็นสารประกอบเชิงซ้อนกลูคูโรไนด์ (glucuronide complex) สารประกอบที่เกิดขึ้นมีความเป็นพิษน้อยลงหรือหมดความเป็นพิษ ซึ่งผ่านออกจากตับทางท่อน้ำดี เข้าสู่ลำไส้ใหญ่และกำจัดทิ้งทางอุจจาระ

ประโยชน์ของกรดอินทรีย์ที่พบใน Kombucha
1.กรดอะซีติก/Acetic Acid ยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียก่อโรคบางชนิด และถนอมอาหาร
2.กรดแลคติก/Lactic Acid ช่วยในการย่อยอาหารและถนอมอาหาร
3.กรดมาลิก/Malic Acid ช่วยในกระบวนการล้างพิษ
4.กรดออกซาลิก/Oxalic Acid ส่งเสริมการผลิตพลังงานของเซลล์ และถนอมอาหาร
5.กรดกลูโคนิก/Gluconic Acid เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
6.กรดบิวทิริก/Butyric Acid ลดอาการอักเสบ
7.กรดนิวคลีอิก/Nucleic Acid ซ่อมแซมฟื้นฟูเซลล์
8.กรดอะมิโน/Amino Acids ซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
9.กรดโฟลิก/Folic Acid สร้างเม็ดเลือดแดง และควบคุมการทำงานของสมอง
10.กรดกลูคูโรนิก/Glucuronic Acid ล้างพิษตับ

วิธีทำ kumbucha มีการสาธิตอยู่อย่างมากมายหาดูได้จาก youtube ที่จะแนะนำคือ 
https://www.youtube.com/watch?v=7Dynl6o8pmk
ลองทำดื่มกันดูนะครับ


Cr : madikombucha.com



                                                                                                          ขาเครื่องเทศ

      ชาเป็นเครื่องดื่มที่นิยมกันมากในอินเดีย..การดื่มชาในอินเดียเป็นเหมือนการดื่มแทนน้ำเลยที่เดียว กล่าวคือเมื่อ 5000 ปีก่อน มหาราชาผู้ครองแคว้นในอินเดียได้สั่งให้พ่อครัวไปคิดค้นสูตรการปรุงชาอายุรเวทเพื่อใช้เป็นยาสมุนไพรในการทำความสะอาดลำไส้และระบบทางเดินอาหารภายในร่างกาย พ่อครัวจึงได้คิดค้นสูตรชาอายุรเวทอยู่เป็นเวลานาน สุดท้ายจึงใช้ชาอัสสัม(ชาดำ)+นมวัว+กานพลู+ลูกจันทร์เทศ+กระวาน ผสมเข้าด้วยกัน และนำถวายมหาราชาซึ่งเป็นที่ถูกอกถูกใจมหาราชาเป็นอย่างมากและกลายมาเป็นชาถ้วยโปรด พร้อมกำชับกับพ่อครัวว่า ห้ามแพร่งพรายสูตรลับชาอายุรเวทนี้ออกไปให้คนภายนอกรู้เด็ดขาด
แต่ความลับไม่เคยมีในโลก วันดีคืนดี สูตรการต้มชาก็หลุดออกไปถึงหูของกลุ่มวรรณะชั้นสูงและนักการเมือง แล้วแพร่สะพัดต่อไปยังสามัญชนตามบ้านเรือน จึงนำไปสู่สูตรลับ และต่อยอดให้เป็นสูตรพิเศษในการปรุงชาเครื่องเทศของครอบครัวชาวอินเดียที่สืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น กระทั่งเป็นอาชีพที่สร้างรายได้อย่างงาม และปรับปรุงสูตรกันอย่างแพร่หลาย ดังจะเห็นได้จากการไปดื่มชาที่อินเดียสมมุติไปดื่มจำนวน 10 ร้าน รสชาดจะไม่เหมือนกันเลย แตกต่างกันตามสูตรที่แต่ละร้านคิดค้นขึ้นหรือตกทดมาจากบรรพบุรุษ นั้นเอง
วันนี้จะเอาวิธีชงชาเครื่องเทศมาบอกและไปลองทำทานกันนะครับ สำหรับท่านที่ชอบดื่มชาและอยากลองทำชาเครื่องเทศดื่มก็ลองได้เลยจะพลิกแพลงหรือปรับปรุงอะไรก็ตามสบายเลยครับ ดังนี้

ส่วนผสม สำหรับ 2 ถ้วย(ส่วนผสมนี้เป็นส่วนผสมแบบอ่อน)

ใบชาดำ 2 ช้อนชา(นี่หมายถึงแบบผงครับถ้าเป็นแบบใบแห้งก็กะเอา)
น้ำเปล่า200 มิลลิลิตร(ถ้าชอบแบบเข็มข้นก็ใส่น้ำน้อยเพิ่มนมแทน)
นมสดรสจืด200 มิลลิลิตร
ลูกกระวานเขียว1 เม็ด
กานพลู1 เม็ด
เมล็ดพริกไทยดำ2 เม็ด
ผงอบเชย1/4 ช้อนชา
ผงขิง 1 ช้อนชา
น้ำตาลทรายตามชอบ

1 นำนม+น้ำใส่หม้อต้มให้เดือด

2 ใส่พริกไทยดำบดให้ละเอียด

3 ใส่อบเชยบดละเอียด

4 ใส่กานพลูบดละเอียด

5 ใส่ชาอัสสัมหรือชาดำ

6 ใส่น้ำตาลตามชอบ

7.ใส่กระวานบดละเอียด

8.กรองเอากากออก

9.เวลานำมาเทใส่แก้วเพื่อดื่ม ควรเทชาไปๆมาๆหรือทำแบบชาชักเพื่อให้น้ำชาผสมกับอากาศและเย็นลง จะทำให้รสชาดของชาอร่อยขึ้น

ดูคลิป(
https://www.facebook.com/109705710547881/videos/3153445164750616)การชงชาเครื่องเทศในอินเดียเป็นตัวอย่างเพราะการใส่ส่วนเครื่องเทศอะไรก่อนหลังมันเป็นสิ่งสำคัญกับกลิ่นและรสชาด